คุรุสภา ประกาศ !!!
การคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่สมควรได้รับรางวัลของคุรุสภา
ประจำปี 2567 จำนวน 5 รางวัล
1. คุรุสภาประกาศ เรื่อง การคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
เพื่อรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี”ประจำปี 2567
ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภาประกาศคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” ประจำปี 2567 จำนวนไม่เกิน 1,088 คน ซึ่งคุรุสภามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้มีเกียรติและศักดิ์ศรีเป็นที่ยอมรับของสังคม โดยได้กำหนดจรรยาบรรณของวิชาชีพเป็นเกณฑ์ในการประพฤติปฏิบัติตนของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อเป็นการยกย่องผู้ประกอบวิชาชีพที่ตั้งใจปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ จนสามารถเป็นแบบอย่างและเป็นที่เคารพยกย่องอย่างสูงของศิษย์และบุคคลทั่วไปสมกับเป็นปูชนียบุคคล และมีความเสียสละ อุทิศตนเพื่อประโยชน์แก่วิชาชีพตลอดระยะเวลาของการปฏิบัติงาน ให้มีขวัญกำลังใจที่จะปฏิบัติงานในหน้าที่ให้เกิดประโยชน์แก่ศิษย์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
สำหรับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” ประจำปี 2567 ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่ปฏิบัติงานต่อเนื่องรวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี นับถึงวันออกประกาศ และเป็นผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตรงตามตำแหน่งที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันและยังไม่หมดอายุ ณ วันที่ออกประกาศนี้ โดยไม่มีกรณีอยู่ในระหว่างการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย ถูกดำเนินการทางวินัยหรือเป็นผู้เคยถูกลงโทษทางวินัย แม้จะได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติล้างมลทินแล้ว รวมทั้งการดำเนินการเกี่ยวกับการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ และไม่เคยได้รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” มาก่อน
หลักเกณฑ์การพิจารณา ต้องประพฤติปฏิบัติตนตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วย จรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 อย่างเคร่งครัด ประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่มีความเด่นชัด โดดเด่นเป็นพิเศษ ปรากฎชัด และไม่เคยกระทำความเสื่อมเสียใด ๆ ต่อวิชาชีพหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
การเสนอขอรับรางวัล สามารถทำได้ 2 วิธี คือ เสนอขอรับผลงานด้วยตนเอง หรือได้รับการเสนอชื่อจากบุคคล หรือองค์กร หน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา สมาคม มูลนิธิ ชมรม โดยเสนอผลงานให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นรับรอง ซึ่งสามารถลงนามรับรองการเสนอได้มากกว่าหนึ่งคน ตามจำนวนที่เสนอขอได้ ผู้เสนอผลงานด้วยตนเองแล้ว ต้องไม่ให้บุคคอื่นเสนอผลงานซ้ำอีก
ทั้งนี้ ผู้เสนอผลงานหรือได้รับการเสนอชื่อ กรอกข้อมูลเจ้าของประวัติและผลงานที่เสนอชื่อและผลงานตามแบบที่คุรุสภากำหนด และส่งผลงานเพื่อพิจารณาคัดเลือกไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ภายในวันที่ 30 เมษายน 2567
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จะประกาศผลภายในเดือนธันวาคม 2567 คำวินิจฉัยของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพถือเป็นที่สุด และกำหนดมอบรางวัลในงานวันครู ครั้งที่ 69 พ.ศ. 2568 หรือตามความเหมาะสม
สามารถดูประกาศฯ และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th หรือสอบถามได้ที่ สำนักพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพ กลุ่มยกย่องวิชาชีพ โทร. 0 2281 4843
ดาวน์โหลด ประกาศการคัดเลือกรางวัลคุรุสดุดี ประจำปี 2567 ที่นี่
ดาวน์โหลด แบบฟอร์มเสนอขอรับรางวัลคุรุสดุดี ประจำปี 2567
2. คุรุสภาประกาศเรื่อง การคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อรับรางวัลคุรุสภา ประจำปี 2567
ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภาประกาศคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเพื่อรับรางวัลคุรุสภา ประจำปี 2567 เพื่อส่งเสริมและยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพดีเด่นให้เป็นแบบอย่างที่ดี สร้างขวัญและกำลังใจ ในการปฏิบัติงานให้เกิดการพัฒนาตนเองและมีคุณภาพในการจัดการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน และเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับรางวัลเป็นต้นแบบให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ทางวิชาชีพ
รางวัลคุรุสภา แบ่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ “ระดับดีเด่น” จำนวนไม่เกิน 9 คน และ “ระดับดี” จำนวนไม่เกิน 18 คน รวมจำนวนไม่เกิน 27 คน ทั้งนี้ ผู้ได้รางวัล “ระดับดีเด่น” จะได้รับ โล่ประกาศเกียรติคุณเข็มทองคำ “คุรุสภาสดุดี” เกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวน 50,000 บาท และผู้ได้รับรางวัล “ระดับดี” จะได้รับ เข็ม “คุรุสภาสดุดี” เกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวน 10,000 บาท
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับรางวัลคุรุสภา จะต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ได้แก่ ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ และมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษามีระยะเวลาการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 10 ปี นับถึงวันที่ออกประกาศ และปฏิบัติงานในประเภทที่ส่งผลงาน เข้ารับการคัดเลือกต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 3 ปี และปัจจุบันต้องดำรงตำแหน่งตามประเภทที่เสนอขอรับรางวัล จนถึงวันเสนอขอรับรางวัล ไม่เคยกระทำความเสื่อมเสียใด ๆ อันเป็นการบกพร่องในศีลธรรมอันดี ไม่อยู่ระหว่างการถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย ถูกดำเนินการทางวินัยหรือเป็นผู้เคยถูกลงโทษทางวินัย แม้จะได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติล้างมลทินแล้วก็ตาม รวมทั้งการดำเนินการเกี่ยวกับการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ และต้องไม่เคยได้รับรางวัลคุรุสภา ระดับดีเด่นในประเภทเดียวกันมาก่อน
ในส่วนของหลักเกณฑ์การพิจารณา ต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 และข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 และต้องเป็นผู้ที่จัดการเรียนรู้ จัดการศึกษา ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
การเสนอผลงานหรือเสนอชื่อขอรับรางวัล มี 2 วิธี คือ เสนอผลงานด้วยตนเอง หรือได้รับการเสนอชื่อจากบุคคลอื่น หรือองค์กร หน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา สมาคม มูลนิธิ ชมรม โดยเสนอผลงานให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นรับรอง ซึ่งสามารถลงนามรับรองการเสนอได้มากกว่าหนึ่งคนตามจำนวนที่เสนอขอได้ผู้เสนอผลงานด้วยตนเองแล้ว ต้องไม่ให้บุคคอื่นเสนอผลงานซ้ำอีก โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) การเสนอผลงานหรือเสนอชื่อ ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ ในจังหวัดทุกสังกัดส่งผลงานเพื่อพิจารณาคัดเลือก ณ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
2) ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ ในกรุงเทพมหานครทุกสังกัด ส่งผลงานเพื่อพิจารณาคัดเลือก ณ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
และ 3) ผู้บริหารการศึกษา ทั้งในจังหวัดและในกรุงเทพมหานครทุกสังกัด ส่งผลงานเพื่อพิจารณาคัดเลือก ณ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิเสนอผลงานหรือได้รับการเสนอชื่อ ให้เสนอแบบรายงานประวัติและผลงานตามแบบที่คุรุสภากำหนดไปยังหน่วยคัดเลือก ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2567
วิธีการคัดเลือก มีดังนี้
1) การคัดเลือกครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ ในจังหวัด ให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกฯ จำนวนไม่เกิน 20 คน พิจารณาคัดเลือกผลงานของผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ จากทุกสังกัดในจังหวัด ตามคุณสมบัติที่กำหนดในประกาศฯ ให้ได้จำนวนไม่เกินที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายประกาศ จากนั้นให้ประกาศรายชื่อและออกเกียรติบัตรให้แก่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในจังหวัด และส่งผลการคัดเลือกพร้อมเอกสารตามที่กำหนดไปยังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการคัดเลือกต่อไป
2) การคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ ในกรุงเทพมหานคร สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการคัดเลือกแทนสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานครตามคุณสมบัติที่กำหนดในประกาศฯ ให้ได้จำนวนไม่เกินที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายประกาศ
และ 3) การคัดเลือกผู้บริหารการศึกษา ทั้งในจังหวัดและในกรุงเทพมหานคร สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการคัดเลือกผู้บริหารการศึกษาในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามที่ประกาศฯ กำหนด
จากนั้นสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกในแต่ละประเภท ให้ได้รับรางวัลคุรุสภา “ระดับดีเด่น” จำนวนไม่เกิน 9 คน และ “ระดับดี” จำนวนไม่เกิน 18 คน รวมจำนวนไม่เกิน 27 คน
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จะประกาศผลการคัดเลือกภายในเดือนธันวาคม 2567 คำวินิจฉัยของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพถือเป็นที่สุด และกำหนดมอบรางวัลในงานวันครู ครั้งที่ 69 พ.ศ. 2568 หรือตามความเหมาะสม
สามารถดูประกาศฯ และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ สำนักพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพ กลุ่มยกย่องและผดุงเกียรติวิชาชีพ โทร. 0 2281 4843
ดาวน์โหลด ประกาศการคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเพื่อรับรางวัล
คุรุสภาประจำปี 2567 ที่นี่
ดาวน์โหลด แบบฟอร์มเสนอขอรับรางวัลคุรุสภา ประจำปี 2567
3. คุรุสภาประกาศ เรื่อง การคัดเลือกครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น เพื่อรับเข็มเชิดชูเกียรติ
จารึกพระนามาภิไธยย่อ กว ประจำปี 2567
ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภาร่วมกับสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ดำเนินการคัดเลือกครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น ประจำปี 2567 เพื่อสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ส่งเสริมและยกย่องเชิดชูเกียรติครูผู้สอนภาษาฝรั่งเศสที่มีผลงานดีเด่นให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา สร้างขวัญและกำลังใจแก่ครูผู้สอนภาษาฝรั่งเศสในการสร้างนวัตกรรมที่ส่งเสริมประสิทธิภาพในการเรียนรู้ ส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม และเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับรางวัลเป็นต้นแบบให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ทางวิชาชีพต่อไป
รางวัลครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น กำหนดมอบให้ครูในประจำการที่สอนภาษาฝรั่งเศส หรือครูนอกประจำการ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการเรียนการสอนภาษาฝรั่งเศส จำนวนไม่เกิน 6 คน ผู้ได้รับการคัดเลือกจะได้รับเข็มเชิดชูเกียรติพระนามาภิไธยย่อ “กว” ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โล่ประกาศเกียรติคุณ เกียรติบัตร และเงินรางวัลจากมูลนิธิส่งเสริมภาษาฝรั่งเศสและฝรั่งเศสศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับรางวัลครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น เป็นครูในประจำการที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูซึ่งสอนภาษาฝรั่งเศสในสถานศึกษาของภาครัฐและเอกชน หรือเป็นอาจารย์สอนภาษาฝรั่งเศสในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของภาครัฐและเอกชน มีประสบการณ์ในการสอนภาษาฝรั่งเศส รวมแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงวันที่ออกประกาศ ปฏิบัติงานตามหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ มีความรับผิดชอบสูง มีความเสียสละและถือเป็นแบบอย่างที่ดี ประพฤติปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ ไม่มีกรณีอยู่ในระหว่างการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยถูกดำเนินการทางวินัยหรือเป็นผู้เคยถูกลงโทษทางวินัย แม้จะได้รับการล้างมลทินแล้วก็ตาม รวมทั้งการดำเนินการเกี่ยวกับการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ และไม่เคยได้รับรางวัลครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่นของคุรุสภา
ส่วนครูนอกประจำการ เป็นครูนอกประจำการ หรือเป็นผู้จัดการเรียนการสอนนอกประจำการในระดับอุดมศึกษาหรือเป็นผู้สนับสนุนการสอนภาษาฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง มีประสบการณ์ในการสอนภาษาฝรั่งเศส รวมแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงวันที่ออกประกาศ ปฏิบัติงานตามหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ มีความรับผิดชอบสูง มีความเสียสละและถือเป็นแบบอย่างที่ดี ประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และไม่เคยได้รับรางวัลครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่นของคุรุสภา
หลักเกณฑ์การพิจารณา ประกอบด้วย 2 ด้าน 1) ด้านการจัดการเรียนรู้ และ 2) ด้านผลงานวิชาการ
ผู้มีสิทธิเสนอผลงานหรือเสนอชื่อ ให้เสนอผลงานไปยังศูนย์เครือข่ายพัฒนาการเรียนการสอนภาษาฝรั่งเศส จำนวน 6 ศูนย์ และสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ โดยผ่านหน่วยงานที่ตนเองสังกัดอยู่ตามแนบท้ายประกาศ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายน 2567
วิธีการคัดเลือกครูภาษาฝรั่งเศส ให้คณะกรรมการศูนย์เครือข่ายพัฒนาการเรียนการสอนภาษาฝรั่งเศส คัดเลือกผลงานของครูในประจำการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ศูนย์ละไม่เกิน 10 คน และให้คณะกรรมการสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ คัดเลือกผลงานของครูในประจำการจากสถาบันระดับอุดมศึกษา และโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัย จำนวนไม่เกิน 5 คน และครูนอกประจำการที่มีคุณสมบัติครบถ้วน จำนวนไม่เกิน 5 คน เสนอไปยังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2567 เพื่อดำเนินการพิจารณาคัดเลือกต่อไป
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จะประกาศผลการคัดเลือกภายในเดือนธันวาคม 2567 คำวินิจฉัยของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพถือเป็นที่สุด และกำหนดมอบรางวัลในงานวันครู ครั้งที่ 69 พ.ศ. 2568 หรือตามความเหมาะสม
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th และสอบถามข้อมูลได้ที่ สำนักพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพ กลุ่มยกย่องและผดุงเกียรติวิชาชีพ โทร. 0 2281 4843
ดาวน์โหลด ประกาศการคัดเลือกครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น ประจำปี 2567 ที่นี่
ดาวน์โหลด แบบฟอร์มเสนอขอรับรางวัลครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น ประจำปี 2567
4. คุรุสภาประกาศ เรื่อง การคัดเลือกครูภาษาไทยดีเด่น เพื่อรับเข็มเชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธยย่อ สธ ประจำปี 2567
ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภากำหนดคัดเลือกครูภาษาไทยในประจำการของสถาบันการศึกษาระดับต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน รวมทั้งผู้สอนภาษาไทยในระดับอุดมศึกษาที่มีผลงานดีเด่นเพื่อประกาศเกียรติคุณเป็นครูภาษาไทยดีเด่น ประจำปี 2567 จำนวนไม่เกิน 50 รางวัล จะได้รับรางวัลเข็มเชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธยย่อ “สธ” ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โล่ประกาศเกียรติคุณ และเกียรติบัตร มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม และยกย่องเชิดชูเกียรติครูภาษาไทยที่มีผลงานดีเด่นให้เป็นแบบอย่างที่ดี สร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้ครูภาษาไทยพัฒนาตนเองและจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ ส่งเสริมและกระตุ้นให้ครูภาษาไทยสร้างนวัตกรรมการการจัดการเรียนรู้ที่เพิ่มคุณภาพของผู้เรียน และเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับรางวัลเป็นต้นแบบให้ครูภาษาไทยได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ทางวิชาชีพต่อไป
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับรางวัลครูภาษาไทยดีเด่น เป็นครูหรืออาจารย์ที่สอนภาษาไทยในสถานศึกษา ทั้งของรัฐและเอกชน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับอาชีวศึกษา หรือระดับอุดมศึกษา ที่ปฏิบัติการสอนภาษาไทยต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันที่ออกประกาศนี้ และมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู (ยกเว้นอาจารย์ประจำในระดับอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน) มีความประพฤติดี และไม่อยู่ในระหว่างการถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ถูกดำเนินการทางวินัย หรือเป็นผู้เคยถูกลงโทษทางวินัย แม้จะได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติล้างมลทินแล้วก็ตาม รวมทั้งการดำเนินการเกี่ยวกับการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เรียน ส่งเสริมผู้เรียนให้มีพัฒนาการ การเรียนรู้ภาษาไทยที่เหมาะสมกับสถานภาพและความพร้อมของผู้เรียนแต่ละคน มีความเป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างในการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง และไม่เคยได้รับรางวัลการยกย่องเป็นครูภาษาไทยดีเด่น
หลักเกณฑ์การพิจารณา ประกอบด้วย 3 ด้าน 1) ด้านการจัดการเรียนรู้ 2) ด้านผลงานวิชาการ และ 3) ผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียน
การเสนอผลงานหรือเสนอชื่อ มี 2 วิธี คือ สามารถเสนอผลงานด้วยตนเอง หรือได้รับการเสนอชื่อจากบุคคลอื่น โดยให้ผู้บริหารสถานศึกษา คณบดี ผู้บริหารองค์กรหรือหน่วยงาน ลงนามรับรองแบบประวัติและผลงาน ผู้รับรองอาจเสนอชื่อผู้เข้ารับรางวัลได้มากกว่าหนึ่งคน ทั้งนี้ หากเสนอผลงานด้วยตนเองแล้ว ต้องไม่ให้บุคคอื่นเสนอผลงานซ้ำอีก โดยผู้เสนอผลงานหรือได้รับการเสนอชื่อ กรอกแบบรายงานประวัติและผลงานตามแบบที่คุรุสภากำหนด และส่งผลงานเพื่อพิจารณาคัดเลือกไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ภายในวันที่ 30 เมษายน 2567
วิธีการคัดเลือก มีดังนี้
1) การคัดเลือกครูภาษาไทยดีเด่น ในจังหวัด สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพครูหรืออาจารย์ทุกสังกัด ในจังหวัด โดยแต่งตั้งกรรมการคัดเลือกฯ จำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน ดำเนินการคัดเลือกครูภาษาไทยดีเด่น ตามคุณสมบัติที่กำหนดในประกาศฯ ให้ได้จังหวัดละ 3 คน เมื่อคัดเลือกเสร็จให้ประกาศรายชื่อและออกเกียรติบัตรให้แก่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในจังหวัด และส่งผลการคัดเลือกพร้อมเอกสารตามที่กำหนดไปยังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการคัดเลือกต่อไป
2) การคัดเลือกครูภาษาไทยดีเด่น ในกรุงเทพมหานคร สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาคัดเลือกแทนสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร โดยแต่งตั้งกรรมการคัดเลือกฯ จำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน ดำเนินการคัดเลือกครูภาษาไทยดีเด่น ตามคุณสมบัติที่กำหนดในประกาศฯ ให้ได้จำนวน 3 คน เมื่อคัดเลือกเสร็จให้ประกาศรายชื่อและออกเกียรติบัตรให้แก่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในกรุงเทพมหานคร และส่งผลการคัดเลือกพร้อมเอกสารตามที่กำหนดไปยังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการคัดเลือกต่อไป
3) การคัดเลือกครูภาษาไทยดีเด่น ให้ได้รับรางวัล สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการพิจารณาคัดเลือกครูภาษาไทยดีเด่นที่ผ่านการคัดเลือกในจังหวัดและในกรุงเทพมหานคร ให้ได้รับรางวัล จำนวนไม่เกิน 50 คน
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จะประกาศผลการคัดเลือกภายในเดือนธันวาคม 2567 คำวินิจฉัยของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพถือเป็นที่สุด และกำหนดมอบรางวัลในงานวันครู ครั้งที่ 69 พ.ศ. 2568 หรือตามความเหมาะสม
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ สำนักพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพ กลุ่มยกย่องและผดุงเกียรติวิชาชีพ โทร. 0 2281 4843
ดาวน์โหลด ประกาศการคัดเลือกครูภาษาไทยดีเด่น ประจำปี 2567 ที่นี่
ดาวน์โหลด แบบฟอร์มเสนอขอรับรางวัลครูภาษาไทยดีเด่น ประจำปี 2567
5. คุรุสภาประกาศ เรื่อง การคัดเลือกครูผู้สอนดีเด่น ประจำปี 2567
ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภาในฐานะสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา มีนโยบายเกี่ยวกับการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพครูในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน และเป็นแบบอย่างที่ดีในการประกอบวิชาชีพครูให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม ได้ประกาศคัดเลือกรางวัลครูผู้สอนดีเด่น ประจำปี 2567 จำนวน 14 ประเภท/กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมจำนวนไม่เกิน 28 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและยกย่องเชิดชูเกียรติครูผู้สอนดีเด่นให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ครูทั่วไป สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง สร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานแก่ครูผู้สอนดีเด่นให้เกิดการพัฒนาตนเองและมีคุณภาพในการจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน และเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับรางวัลได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ทางวิชาชีพ
รางวัลและจำนวนรางวัลที่จะได้รับ ผู้ประกอบวิชาชีพครูที่ได้รับการคัดเลือกรับรางวัลครูผู้สอนดีเด่น จำนวนไม่เกิน 28 คน (ประเภทละไม่เกิน 2 คน) แบ่งเป็น 2 ระดับ ดังนี้
1) “ระดับดีเด่น” (จำนวน 14 ประเภท/กลุ่มสาระการเรียนรู้ละไม่เกิน 1 คน) รางวัลที่จะได้รับ ประกอบด้วย โล่ประกาศเกียรติคุณเข็มเชิดชูเกียรติ และเกียรติบัตร และ 2) “ระดับดี” รางวัลที่จะได้รับ ประกอบด้วย เข็มเชิดชูเกียรติ และเกียรติบัตร
รางวัลครูผู้สอนดีเด่น ประจำปี 2567 แบ่งออกเป็น 14 ประเภท/กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่
1) ครูผู้สอนปฐมวัยดีเด่น
2) ครูผู้สอนประถมศึกษาดีเด่น
3) ครูผู้สอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนดีเด่น
4) ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยดีเด่น
5) ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ดีเด่น
6) ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดีเด่น
7) ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมดีเด่น
8) ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาดีเด่น
9) ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะดีเด่น
10) ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพดีเด่น
11) ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศดีเด่น (ภาษาอังกฤษ)
12) ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศดีเด่น (ภาษาจีน)
13) ครูผู้สอนการศึกษาพิเศษหรือการศึกษาพิเศษกรณีเรียนร่วมดีเด่น
14) ครูผู้สอนอาชีวศึกษาระดับ ปวช. ดีเด่น (วิชาสามัญและวิชาชีพ)
หน่วยงานทางการศึกษาใดเรียกประเภท/กลุ่มสาระการเรียนรู้ ในการจัดการเรียนการสอนแตกต่างกันออกไป หากสอนในเนื้อหาวิชาลักษณะเดียวกัน ให้ถือเป็นประเภทเดียวกัน
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับรางวัล จะต้องเป็นผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาปฐมวัย หรือขั้นพื้นฐาน หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทั้งภาครัฐและเอกชน อย่างต่อเนื่องรวมระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี (นับถึงวันที่ออกประกาศนี้) และต้องมีประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ในแต่ละประเภทที่เสนอผลงานไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันออกประกาศ เป็นผู้ปฏิบัติงานและปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ ไม่เคยมีประวัติการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพหรือมีพฤติกรรมเสื่อมเสียต่อวิชาชีพ หรืออยู่ในระหว่างการดำเนินการทางคดีหรือการสอบสวนทางวินัยใด ๆ เป็นผู้มีความประพฤติในการครองตน ครองคน ครองงาน เป็นแบบอย่างที่ดี และยอมรับของบุคคลในวิชาชีพและสังคม และไม่เคยได้รับรางวัลครูผู้สอนดีเด่นในระดับประเทศที่เสนอขอมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี
เกณฑ์การพิจารณา แบ่งเป็น 2 ด้าน ดังนี้ 1) ด้านการจัดการเรียนรู้ และ 2) ด้านนวัตกรรม โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณา/ตัวบ่งชี้ การคัดเลือกรางวัลคุรุสภาครูผู้สอนดีเด่นของแต่ละประเภท/กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามที่คุรุสภากำหนด
การเสนอผลงานหรือเสนอชื่อขอรับรางวัล มี 2 วิธี คือ เสนอผลงานด้วยตนเอง หรือได้รับการเสนอชื่อจากบุคคลอื่น หรือองค์กร หน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา สมาคม มูลนิธิ ชมรม โดยเสนอผลงานให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นรับรอง ซึ่งสามารถลงนามรับรองการเสนอได้มากกว่าหนึ่งคนตามจำนวนที่เสนอขอได้ และผู้เสนอผลงานด้วยตนเองแล้วต้องไม่ให้บุคคอื่นเสนอผลงานซ้ำอีก
ทั้งนี้ ผู้เสนอผลงานหรือได้รับการเสนอชื่อ จัดทำแบบรายงานประวัติและผลงานนวัตกรรม ตามที่คุรุสภากำหนด และส่งผลงานเพื่อพิจารณาคัดเลือกไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567
วิธีการคัดเลือก มีดังนี้
1) การคัดเลือกครูผู้สอนดีเด่น ในจังหวัด สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกฯ จำนวนไม่เกิน 20 คน พิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพครูทุกสังกัดในจังหวัด ให้เหลือประเภท/กลุ่มสาระการเรียนรู้ละ 1 คน เมื่อคัดเลือกเสร็จให้ประกาศรายชื่อและออกเกียรติบัตรให้แก่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในจังหวัด และส่งผลการคัดเลือกพร้อมเอกสารตามที่กำหนดไปยังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการคัดเลือกต่อไป
2) การคัดเลือกครูผู้สอนดีเด่น ในกรุงเทพมหานคร สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาคัดเลือกแทนสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร โดยแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกฯ จำนวนไม่เกิน 20 คน พิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพครูทุกสังกัด (ในกรุงเทพมหานคร) ให้เหลือประเภท/กลุ่มสาระการเรียนรู้ละ 1 คน เมื่อคัดเลือกเสร็จให้ประกาศรายชื่อและออกเกียรติบัตรให้แก่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในกรุงเทพมหานคร
3) การคัดเลือกครูผู้สอนดีเด่น ให้ได้รับรางวัล สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการคัดเลือกครูผู้สอนดีเด่นที่ผ่านการคัดเลือกจากในจังหวัดและในกรุงเทพมหานคร ให้ได้รับรางวัล “ระดับดีเด่น” และ “ระดับดี” ตามประเภท/กลุ่มสาระการเรียนรู้ละ 2 คน จำนวน 14 ประเภท/กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมจำนวนไม่เกิน 28 คน
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จะประกาศผลการคัดเลือกภายในเดือนธันวาคม 2567 คำวินิจฉัยของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพถือเป็นที่สุด และกำหนดมอบรางวัลในงานวันครู ครั้งที่ 69 พ.ศ. 2568 หรือตามความเหมาะสม
สามารถดูประกาศฯ และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ สำนักพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพ กลุ่มยกย่องและผดุงเกียรติวิชาชีพ โทร. 0 2281 4843






